[Narise Konohara]...I've been wishing for your happiness...

posted on 25 Jun 2008 01:18 by rainorshine in Etcetera
คำเตือน : บล็อกนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Yaoi หรือ Boy's Love หากไม่รู้จักหรือไม่ชอบใจ กรุณาปิดหน้านี้ลงค่ะ

 

Sayounara, to Kimi wa Te wo Futta มาถึงตอนห้าซึ่งเป็นตอนจบแล้วค่ะ (ตามที่เขียนบอกไว้ใน ergo เล่มนี้นะ)

 

ความเดิม : ตอนหนึ่ง || ตอนสอง-สาม || ตอนสี่

 

เริ่มต้นด้วยการมาเยือนบ้านนอกของเซย์อิจิ นานมากแล้วที่เขาไม่เคยมาเหยียบที่นี่ เทียบกับในความทรงจำ ทุกอย่างยิ่งดูหงอยเหงากว่าเมื่อสิบปีก่อนเสียอีก แท็กซี่ไม่มี รถเมล์เที่ยวถัดไปก็ต้องรอเป็นชั่วโมง เซย์อิจิชักไม่แน่ใจว่านี่เขามาทำบ้าอะไรที่นี่กันแน่ 

นึกย้อนกลับไปถึงสาเหตุ จากที่ได้คุยกับเพื่อนคือ เคย์โกะ ในผับที่พักหลังนี้เขาไปนั่งดื่มปล่อยอารมณ์อยู่ทุกคืนๆ

เคย์โกะเข้ามาล้อว่าตั้งแต่เลิกกับมาริ ผ่านไปตั้งสองเดือนแล้วยังไม่เห็นควงสาวคนใหม่ทั้งๆ ที่ปกติหัวกระไดไม่เคยแห้งแท้ๆ ท่าทางงานนี้จะเฮิร์ทมาก เซย์อิจิตอบแบบซังกะตายว่า ที่คบกับมาริเพราะเห็นว่าเจ้าหล่อนสวยดีเท่านั้นเอง เลิกกันไปก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์อะไรหรอก เพื่อนสาวก็เลยสงสัยว่าแล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนเหงาใจขนาดนี้ด้วย เซย์อิจิจึงสารภาพเรื่องที่ตัวเองเหยียบเรือสองแคม ("เลวที่สุด!!!" โดนเพื่อนด่าตามระเบียบ) คนที่อ่อนโยนคนนั้น... ถ้าตอนนี้ได้อยู่ด้วยกันก็คงดี...

"งั้นนายก็ชอบเธอมากกว่ามาริ?"

"ชอบเชิบอะไรกัน ความรู้สึกยุ่งยากแบบนั้น..."

"ถ้าอย่างนั้น ทำไมตอนนี้ถึงยังนึกถึงเธออยู่ล่ะ  ความรู้สึกชอบมันไม่ได้มีแค่ใจเต้นตึกตักเวลาอยู่ใกล้ๆ หรอกนะ แต่ความรู้สึกอ่อนโยนก็ใช่เหมือนกัน ผู้หญิงดีๆ น่ะ ไม่ค่อยมีใครอยากปล่อยมือหรอก เมื่อเวลาผ่านไปอาจมีวันที่เซย์อิจินึกเสียดายว่าถ้าเธอเป็นของเราก็คงดีก็ได้ แต่ถ้าเซย์อิจิไม่เสียใจก็โอเคล่ะนะ..."

เซย์อิจิได้ฟังแล้วก็อึ้งไป...

 

ไม่ว่าจะเป็นเพราะคำพูดของเคย์โกะหรือไม่... แต่ในที่สุดเซย์อิจิก็มาถึงบ้านเคย์สึเกะจนได้

เซย์อิจิเหงื่อแตกพลั่ก อธิบายตะกุกตะกักว่าแวะมาเพราะมีงานบริษัทแถวนี้พอดี เคย์สึเกะทำหน้าแปลกใจก่อนจะยิ้มแย้มพลางพูดคุยตามปกติว่า ไม่ได้เจอกันเสียนาน และขอบคุณที่ได้เซย์อิจิช่วยเหลือหลายๆ อย่างตอนไปอยู่โตเกียว  

เซย์อิจิไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องเสียงสั่น ทำไมฝ่ายที่ยืนเกร็งเพราะทำอะไรไม่ถูกต้องเป็นเขาแค่ฝ่ายเดียวด้วย?

 

แม่ของเคย์สึเกะชวนให้ค้างคืน แต่เซย์อิจิปฏิเสธว่าต้องกลับรถไฟเที่ยวหกโมงเย็น ตอนนี้ยังมีเวลาเหลือก่อนกินอาหารค่ำด้วยกัน เคย์สึเกะจึงชวนเซย์อิจิไปเดินเล่น เขานึกรู้ว่าเคย์สึเกะคงมีเรื่องอยากคุยกับตัวเองอยู่เหมือนกัน

แต่ระหว่างทางเคย์สึเกะกลับคุยเรื่อยเปื่อยเรื่องลูกค้าหรือไม่ก็งานบ้านพักตากอากาศที่ทำอยู่ว่าเป็นโลว์ซีซั่น ฯลฯ เซย์อิจิจึงเป็นฝ่ายเริ่มเข้าประเด็นก่อน...

 

"ทำไมถึงกลับมาที่นี่?"

"..."

"ถ้าฉันบอกว่างานที่บริษัทเป็นข้ออ้าง จริงๆ แล้วฉันตั้งใจมาหานายต่างหาก นายจะว่าไง?"

เคย์สึเกะไม่ตอบ ซ้ำยังกลับเดินต่ออีกต่างหาก เซย์อิจิตามคว้าไหล่อีกฝ่ายไว้พร้อมร้อง "จะไม่พูดอะไรบ้างเลยหรือไง!"  เวลาเดียวกัน เคย์สึเกะหันมาชี้ชวนให้ดูวิวข้างหน้า

"ดูสิ สวยใช่มั้ยล่ะ"

"วันนี้อากาศดีเลยเห็นได้ไกลถึงฝั่งโน้นแน่ะ ฉันคิดมานานแล้วว่าถ้าเซย์อิจิมาล่ะก็ ฉันจะพาขึ้นมาดู..."

"เคย์..."

ตอนนี้เอง เคย์สึเกะหันกลับมาจับแขนเซย์อิจิ พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า

 

เขาได้ไปดูตัวมาแล้ว อีกฝ่ายเป็นคนที่คุณป้าแนะนำให้ เดือนธันวาฯ นี้ทั้งคู่มีกำหนดจัดงานหมั้น ส่วนงานแต่งจะมีในเดือนกุมภาฯ ปีหน้า ฝ่ายหญิงเป็นคนดีและอ่อนโยนมาก แม่ของเขาก็ถูกใจเธอเหมือนกัน 

เซย์อิจิฟังแล้วตะลึง ตั้งรับไม่ถูก 

"เรื่องแบบนี้! แบบนี้ผู้หญิงคนนั้นก็น่าสงสารน่ะสิ!!!"

"... ทำไมถึงคิดว่าน่าสงสารล่ะ? ฉันชอบเธอ อยากแต่งงานกับเธอ และก็อยากมีลูกกับเธอด้ว-"

"แต่คนที่นายชอบ คือฉันไม่ใช่รึไง!? เพราะชอบ นายถึงได้ใจดีกับฉัน! เพราะชอบ เราถึงมีเซ็กซ์ด้วยกันตั้งไม่รู้กี่ครั้ง!"

เซย์อิจิละล่ำละลักถามสาเหตุ "เป็นเพราะฉันโกหกใช่มั้ย เพราะฉันเอาเงินที่นายให้ไปเที่ยวกับมาริ เพราะฉันทำเรื่องไม่ดีไว้ นายถึงได้...?

แต่ตัวคนถูกถาม ดันถามกลับหน้าตาเฉย "โกหกอะไรเหรอ?"

"...นี่นายไม่รู้...?"

"ก็คิดอยู่ล่ะนะว่านายคงคบผู้หญิงด้วย..."

"มันก็ใช่ แต่ฉันคบกับมาริแค่คนเดียวเองนะ แล้วก็เลิกกันไปตั้งแต่เดือนสิงหาฯ แล้วด้วย หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยยุ่งกับหล่อนอีกเลย เพราะว่าฉันไม่อยากให้นายไป ฉันถึง..."

เซย์อิจิพยายามอธิบาย มือไม้เผลอบีบไหล่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว จนเคย์สึเกะบอกเรียบๆ ว่าเจ็บ และขอให้ปล่อยมือก่อน เซย์อิจิก็ปล่อยแบบอึ้งๆ แล้วเคย์สึเกะจึงบอกว่า

ตัวเขาเองนั้นไม่เคยใส่ใจหรอกว่าเซย์อิจิจะมีคนรัก หรือแต่งงานแล้วรึเปล่า เพียงได้อยู่ข้างๆ เซย์อิจิ เขาก็พอใจแล้ว

ตอนต้นปีที่พ่อเสียไป อาจเป็นเพราะเห็นว่าตลอดมาเคย์สึเกะมีแต่เรื่องครอบครัว ไม่ว่าจะดูแลพ่อ หรือทำงานของบ้าน โดยที่ไม่เคยเอ่ยปากเรียกร้องอะไรเพื่อตัวเองเลยสักครั้งก็เป็นได้ แม่จึงเอ่ยถามขึ้นว่า "ลูกมีเรื่องที่อยากทำบ้างหรือเปล่า จะลองทำตามใจบ้างก็ได้นะ" พอบอกแม่ว่าไม่เห็นมี นึกไม่ออก แม่ก็ยิ้มอย่างเอ็นดู "อย่างเดียวก็ไม่มีเลยหรือจ๊ะ?"

ตอนนั้นเองที่เคย์สึเกะนึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมา

 

อยากพบ... อยากพบเซย์อิจิ

พอนึกขึ้นมาแบบนั้น ความรู้สึกก็รุนแรงจนแทบทนไม่ไหว

"ฉันบอกว่าอยากเข้าโตเกียวเพื่อฝึกงานโรงแรมกับคนรู้จัก แต่จริงๆ แล้วมันเป็นข้ออ้าง ..."

"ฉันอยากพบนาย"

"ถ้าได้อยู่เมืองเดียวกัน คงมีโอกาสเจอกันบ้าง แค่นั้นก็ดีถมไปแล้ว ตอนนายไปรับ ฉันดีใจมากนะ แค่เราได้นั่งคุยเรื่องเก่าๆ หัวเราะด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน เพียงเท่านี้ฉันก็พอใจ นายจะคิดยังไงก็ไม่เป็นไรเลย ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับนาย" 

"ถ้ามีความสุข แล้วทำไมถึงกลับบ้านล่ะ" เซย์อิจิถาม

"ไม่มีเงินน่ะสิ"

คำตอบเล่นเอาเซย์อิจิงง เคย์สึเกะอธิบายว่าเขามีเงินเก็บที่คิดว่าพอจะใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียวได้ประมาณหนึ่งปีเท่านั้น แต่เงินก็หมดเสียก่อน ... เซย์อิจิจึงนึกถึงเรื่องที่ตัวเองเคยพาเคย์สึเกะไปใช้ชีวิตแบบฟุ่มเฟือยขึ้นมา

เคย์สึเกะไม่คิดจะรบกวนเงินทางบ้าน นอกจากนี้ยังมีงานของพ่อรออยู่และแม่ที่ต้องกลับมาดูแล เมื่อไม่มีเหตุผลจะอยู่ที่โตเกียวต่อ เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ เซย์อิจิเพิ่งเข้าใจว่าเคย์สึเกะมีภาระไม่น้อย การจะให้เคย์สึเกะทิ้งแม่เพื่อมาเลือกตัวเองนั้น เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ แต่ก็อดเอ่ยปากถามออกไปไม่ได้ว่า

"เคย์สึเกะ... อย่างนี้ดีแน่แล้วหรือ?"

เคย์สึเกะเงียบพักหนึ่งก่อนตอบ "ความฝัน...ก็ต้องมีสิ้นสุดลงสักวันล่ะนะ..."

 

สำหรับเคย์สึเกะ ช่วงม.ปลายที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเซย์อิจิอยู่พักหนึ่ง ทั้งไปเที่ยว ทั้งวิ่งเล่นริมหาด ดื่มโคล่า นั่งฟังเพลง The Beatles จากวิทยุเครื่องเก่าด้วยกันจนง่วงหลับไปท่ามกลางอากาศร้อนที่ต้องเปิดพัดลมช่วย ฯลฯ นั้น เป็นความทรงจำที่มีความสุขและมีค่าที่สุด

"แต่ว่า ความสุขตลอดกาลนั้น หาที่ไหนก็ไม่มีหรอก ของแบบนั้นฉันไม่เคยเห็น"

"เคย์สึเกะ นายชอบฉันหรือเปล่า?..." เซย์อิจิถามขึ้น

"ไม่รู้สิ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าเมื่อตอนอายุสิบเจ็ดนั้น ฉันชอบนายมากจริงๆ ทุกวันที่ได้อยู่ด้วยกัน เป็นวันเวลาที่สนุกสนานราวกับอยู่ในความฝัน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม เพียงนึกถึงช่วงเวลานั้น ฉันก็จะมีความสุขขึ้นมาทันที"

"เพราะเซย์อิจิทำให้ฉันมีความสุข ดังนั้นตลอดสิบปีที่ผ่านมาฉันจึงเฝ้าขอให้เซย์อิจิมีความสุขด้วยเช่นกัน"

เคย์สึเกะบอกด้วยรอยยิ้ม

...เซย์อิจิเพิ่งเข้าใจ ...เคย์สึเกะที่นึกถึงความสุขของเขาอยู่เสมอโดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทน... ความรักแบบนี้เขาไม่เคยรู้จัก ความรักที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่ามันมีอยู่ในโลก แต่เคย์สึเกะได้รู้จักกับมันมานานแล้ว ในขณะที่เขาเพิ่งได้เรียนรู้ในวันนี้เอง ___

...

...

 

เซย์อิจิและเคย์สึเกะนั่งรอรถไฟด้วยกันในความเงียบ ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครเอ่ยปากจนกระทั่งถึงเวลาเคย์สึเกะเตือนให้ไปซื้อตั๋ว เซย์อิจิเตรียมตัวขึ้นรถไฟพร้อมเอ่ยสั้นๆ ว่า "กลับล่ะนะ" เคย์สึเกะเพียงยิ้มส่งบางๆ

ในขณะที่รถไฟเทียบชานชาลา เคย์สึกะตะโกนแข่งกับเสียงของรถไฟ

"วันนี้ขอบคุณนะที่มาหา!"

"Sayounara ลาก่อน"

 

 

เอื้อมไม่ถึง...

อ้อมกอดที่อ่อนโยน...

ริมฝีปากที่นุ่มนวล...

ผิวขาวๆ ที่อบอุ่น...

ไม่ว่าจะอยากได้แค่ไหน หรือรักมากเท่าไร

ทุกอย่างก็ไกลเกินเอื้อมไปแล้ว

ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังความสุข แต่เคย์สึเกะกลับกอดเขาด้วยความรู้สึกแบบนั้น...เซย์อิจินึกสงสัย ถ้าเขาไม่ได้ทำร้ายเคย์สึเกะ ถ้าเขาเป็นคนที่พึ่งพาได้มากกว่านี้สักนิด ถ้าอย่างนั้น...วันนี้เขาจะพูดหรือมีคำอธิบายที่ดีกว่านั้นให้เคย์สึเกะหรือเปล่า?

พระอาทิตย์กำลังจะตก แสงยามเย็นที่ลูบไล้แก้มอย่างอ่อนโยน...

เหมือนเคย์สึเกะไม่มีผิด...

"ความสุขตลอดกาลนั้น หาที่ไหนก็ไม่มีหรอก"

เคย์สึเกะพูดไว้แบบนี้ แต่ทว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา คนๆ นั้นก็ยังให้ความสำคัญกับเขาไม่เคยเปลี่ยน

ถ้าหากว่า

จากนี้ไปอีกสิบปี เขาสามารถเฝ้าภาวนาให้เคย์สึเกะมีความสุขเหมือนอย่างที่เคย์สึเกะทำให้เขาได้

ถ้าทำได้

ถึงตอนนั้น... เซย์อิจิอยากจะเชื่อ

ว่าตัวเองคงกล้าบอกเคย์สึเกะอย่างภาคภูมิ

ว่า เขาชอบเคย์สึเกะ ได้ใช่ไหม?

 

END 

 

 

ให้ตายซี้~ สุดท้ายก็ทำไม่ได้ซักอย่าง ทั้งสแกนน้อยๆ หรือพูดน้อยๆ -"- ฮึ่ย~

Sayounara ก็จบลงใน ergo ฉบับที่ 5 นี้นะคะ ไม่รู้จะวาดต่อหรือเปล่า ลองไปเปิดฉบับนิยายดูผ่านๆ จบตอนนี้มันก็ยังเหลือเนื้อเรื่องอีกครึ่งเล่มเชียวนะ (แต่ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างแฮะ) บางทีคนทำอาจกลัวคนอ่านจะเบื่อก่อนมั้ง ถ้าจะให้อ่านการ์ตูนเรื่องเดิมๆ ในแอนโธฯ ติดต่อกันซักสิบเล่ม (แต่ถ้าเป็นเราล่ะก็ ก็อยากรู้เรื่องนี้ต่อนะว่าคู่นี้จะลงเอยกันมั้ย)

จขบ.รู้สึกว่าเรื่องนี้มันเต็มไปด้วยความเป็นโคโนฮาระสุดๆ ก็เพราะเมะเลวๆ กับรสชาติขมปี๋ (แน่น้อน!) และความสัมพันธ์ active & passive ของตัวเอกนี่แหละ

ตอนแรก ดูคล้ายเซย์อิจิจะเป็น active ฝ่ายกระทำเต็มร้อย ส่วนเคย์สึเกะก็เป็น passive ที่ถูกกระทำอย่างเดียวเลย แต่พอเฉลยรายละเอียดแล้วมันไม่ใช่แฮะ จขบ.คิดว่า ทั้งคู่ต่างเป็นทั้ง active และ passive ในสัดส่วนที่พอๆ กัน

เคย์สึเกะที่ดูเหมือนจะเป็น passive นั้น ความจริงเขามีจุดหมายแฝง และทำทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการตั้งแต่ต้นโดยไม่ได้มีการโน้มนำจากเซย์อิจิเลย เขาตัดสินใจเข้ากรุงมาพบเซย์อิจิด้วยตัวเอง รู้และกำหนดขอบเขตความสัมพันธ์เอาไว้อย่างแน่วแน่อยู่แล้วว่าจะไม่เรียกร้อง ไม่เกินเลย และท้ายที่สุดตัดสินใจกลับบ้านด้วยเหตุผลของตัวเอง ชนิดที่ไม่มีเซย์อิจิมาเอี่ยวเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจอีกเช่นกัน

ส่วนเซย์อิจิที่เห็นว่าเป็นเมะ และมีการกระทำหลายอย่างที่น่าจะเป็นฝ่าย active แต่จริงๆ แล้วตลอดเรื่องหมอนี่เป็น passive โดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวตั้งแต่แรก เซย์อิจิเป็นกุญแจสำคัญที่เคย์สึเกะใช้เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ (ความโหยหาอดีต เพื่อให้ fulfil ความเป็นอิสระที่เคย์สึเกะขาดมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก ฯลฯ)

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ดูเผินๆ เหมือนจะไม่เท่าเทียม แต่จริงๆ แล้วมันเท่าเทียม สมน้ำสมเนื้อกันพอใช้เลย ว่ามั้ยคะ ^^;;

กระทำก็ไม่เชิง ถูกกระทำก็ไม่ใช่... ช่างสมเป็นโคโนฮาระเสียจริงๆ ^^;; ...

... ... ...

ท้ายนี้อยากจะบอกว่า ... ที่จขบ.เอามาเล่านี่ก็ทำรายละเอียด+อารมณ์หล่นหายไปซักเจ็ดแปดส่วนน่าจะได้ Y_Y ฮือๆๆ จริงๆ แล้วมันกระแทกสุดๆ ค่ะพี่น้อง~ เพราะงั้นใครที่ชอบแนวนี้ (มีมั้ยเอ่ย? เอิ๊ก) การ์ตูนเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแนะนำมากๆ ถ้ามีโอกาสก็หาซื้อมาเก็บกันนะคะ เชียร์ๆ อิๆ เดี๋ยวคงมีฉบับรวมเล่มออกมานะ คิดว่า ^^

 

ปล. ยังไม่เกินส